TH EN
 

บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ

   
ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ โครงสร้างคณะกรรมการบริษัทฯ และคณะกรรมการชุดย่อย คณะกรรมการบริษัทฯ

คณะกรรมการบริษัทฯ ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ทักษะ ประสบการณ์ ที่เกี่ยวกับธุรกิจหลักที่ดำการอยู่ รวมทั้งที่เกี่ยวข้องทั้งด้านการเงินการบัญชี การบริหารจัดการ เทคโนโลยีสารสนเทศ และอื่น ๆ อันทำให้สามารถบริหารจัดการการประกอบธุรกิจได้เป็นอย่างดี ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์แก่บริษัทฯ และไม่จำกัดเรื่องเพศ โดยได้กำหนดชัดเจนไว้ในนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ในปี 2562 บริษัทฯ มีกรรมการจำนวน 9 คน ประกอบด้วยกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 3 คน และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 6 คน (โดยมีคุณสมบัติเป็นกรรมการอิสระ 3 คน) และตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2562 บริษัทฯ มีกรรมการจำนวน 7 คน ประกอบด้วยกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 4 คน และกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 3 คน โดยมีกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารที่มีคุณสมบัติเป็นกรรมการอสิ ระ 2 คน เนื่องจากมีกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารลาออกจำนวน 2 คนซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 14/2562 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ได้มีมติแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ลาออกทั้ง 2 ท่าน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ทำให้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 บริษัทฯ มีกรรมการจำนวน 9 คน ประกอบด้วย กรรมการที่เป็นผู้บริหาร3 คน และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร6 คน (โดยมีคุณสมบัติเป็นกรรมการอิสระ 4 คน)

ซึ่งกรรมการบริษัทฯ แต่ละท่าน ต่างมีความรู้ ความสามารถที่หลากหลาย ทั้งความรู้ความสามารถในธุรกิจที่บริษัทฯ ดำเนินการอยู่และที่เกี่ยวข้อง ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทฯ ได้กำหนดโครงสร้างคณะกรรมการบริษัทฯ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามประกาศของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 39/2559 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 30 กันยายน 2559 และได้เปิดเผยนโยบายในการกำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทฯ ที่มีความหลากหลาย และประวัติกรรมการที่แสดงปีที่ดำตำแหน่งของกรรมการแต่ละคนไว้ในรายงานประจำปี และเว็บไซต์ของบริษัทฯ แล้ว

  • การกำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง

    คณะกรรมการบริษัทฯ  ได้กำหนดวาระการดำตำแหน่งของกรรมการไว้อย่างชัดเจนในข้อบังคับของบริษัทฯ  และนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ  โดยในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการ 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการขณะนั้นพ้นจากตำแหน่ง ถ้าจำนวนกรรมการที่จะพ้นจากตำแหน่งไม่อาจแบ่งได้พอดี 1 ใน 3 ก็ให้ใช้จำนวนที่ใกล้เคียงกันแต่ไม่เกิน 1 ใน 3

    โดยการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการตามที่กล่าวข้างต้นในปีที่ 1 และปีที่ 2 ให้ใช้วิธีจับฉลาก ส่วนในปีต่อ ๆ ไปให้กรรมการซึ่งอยู่ในตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้พ้นจากตำแหน่ง หากในคราวใดมีกรรมการหลายคนอยู่ในตำแหน่งมานานเท่า ๆ กัน เป็นจำนวนมากกว่าจำนวนกรรมการที่ต้องพ้นจากตำแหน่งในคราวนั้น ให้กรรมการดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งโดยใช้วิธีจับฉลาก กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุดังกล่าว อาจได้รับคัดเลือกแต่งตั้งให้กลับเข้า
    ดำตำแหน่งอีกก็ได้

  • กรรมการอิสระ

    บริษัทฯ กำหนดนิยามและคุณสมบัติตามแนวทางของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ดังนี้

    • ถือหุ้นไม่เกนิ ร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้น ๆ ด้วย (ข้อนี้ทางบริษัทฯ ได้กำหนดนิยามและคุณสมบัติเข้มกว่าประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่กำหนดไม่เกินร้อยละ 1)
    • ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงานลูกจ้าง พนักงานที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำหรือผู้มีอำนาจควบคุม ของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันแต่งตั้ง ทั้งนี้ ลักษณะต้องห้ามดังกล่าวไม่รวมถึงกรณีที่กรรมการอิสระเคยเป็นข้าราชการ หรือที่ปรึกษาของส่วนราชการซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ
    • ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมายในลักษณะที่เป็นบิดา มารดา คู่สมรส พี่น้องและบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของกรรมการรายอื่น ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
    • ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันแต่งตั้ง

      ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ รวมถึงการทำรายการทางการค้าที่กระทำเป็นปกติเพื่อประกอบกิจการ การเช่าหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการ หรือการให้หรือรับความช่วยเหลือทางการเงินด้วยการรับหรือให้กู้ยืมค้ำประกันการให้สินทรัพย์เป็นหลักประกันหนี้สิน รวมถึงพฤติการณ์อื่นทำนองเดียวกัน ซึ่งเป็นผลให้บริษัทฯ หรือคู่สัญญามีภาระหนี้ที่ต้องชำระต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ตั้งแต่ร้อยละ 3 ของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัทฯ หรือตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า ทั้งนี้การคำนวณภาระหนี้ดังกล่าวให้เป็นไปตามวิธีการคำนวณมูลค่าของรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน โดยอนุโลม แต่ในการพิจารณาภาระหนี้ดังกล่าว ให้นับรวมภาระหนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่าง 1 ปีก่อนวันที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบุคคลเดียวกัน
    • ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทใหญ่บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัยผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนัก งานสอบบัญชีซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อยบริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ สังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดัง กล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันแต่งตั้ง
    • ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริหารทางวิชาชีพใด ๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่าสองล้านบาทต่อปีจากบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อยบริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันแต่งตั้ง
    • ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    • ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงานลูกจ้างพนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
    • ไม่มีธุรกิจหรือส่วนร่วมในการบริหารงาน หรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอันอาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจโดยอิสระไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ

    ทั้งนี้ กรรมการอิสระทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเป็นอิสระ โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ใด ๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือตำแหน่งหน้าที่ และไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด รวมถึงไม่มีสถานการณ์ใดที่จะมาบีบบังคับให้ไม่สามารถแสดงความเห็นได้ตามที่พึงจะเป็น

    คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดแนวทางให้มีการประชุมเฉพาะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร(รวมกรรมการอสิ ระ) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเพื่อเปิดโอกาสให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารได้หารือพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการประชุม และการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการอย่างเป็นอิสระ โดยปราศจากกรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหาร และให้มีการสรุปประเด็นจากการประชุมเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม

  • กรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน หรือกรรมการที่เป็นผู้บริหาร
    • กรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน หมายความว่า กรรมการที่ดำตำแหน่งเป็นผู้บริหาร กรรมการที่รับผิดชอบในการดำเนินการใด ๆ เยี่ยงผู้บริหารและให้หมายความรวมถึงกรรมการที่มีอำนาจลงนามผูกพัน เว้นแต่จะแสดงไว้ว่าเป็นการลงนามผูกพันตามรายการที่คณะกรรมการมีมติอนุมัติไว้แล้ว และเป็นการลงนามร่วมกับกรรมการรายอื่น (ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 39/2559 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ลงวันที่ 30 กันยายน 2559)
    • กรรมการที่เป็นผู้บริหาร หมายความว่า
      1. กรรมการที่ทำหน้าที่บริหารงานในตำแหน่งผู้จัดการรองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น
      2. กรรมการที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการหรือมีส่วนร่วมในการบริหารงานใด ๆ เยี่ยงผู้บริหาร และให้หมายความรวมถึงบุคคลในคณะกรรมการบริหาร (Executive Committee)
      3. กรรมการที่มีอำนาจลงนามผูกพัน เว้นแต่เป็นการลงนามผูกพันตามรายการที่คณะกรรมการมีมติอนุมัติไว้แล้วเป็นรายกรณี และเป็นการลงนามร่วมกับกรรมการรายอื่น
หน้าที่ ความรับผิดชอบ และอำนาจอนุมัติของคณะกรรมการบริษัทฯ
  1. กำกับ ดูแล และติดตามให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปตามกลยุทธ์ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ข้อบังคับ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ด้วยความรับผิดชอบซื่อสัตย์สุจริต ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ ดำเนินการอย่างสมเหตุสมผล มีความใส่ใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทฯ หรือการดำเนินการต่าง ๆ ของบริษัทฯ 
  2. อนุมัติหรือให้ความเห็นชอบ ภารกิจ กลยุทธ์ เป้าหมายนโยบาย แผนธุรกิจ และงบประมาณของบริษัทฯ ที่เป็นไปเพื่อความยั่งยืน 
  3. อนุมัตินโยบายการกำกับดูแลกิจการ ตลอดจนดูแลการดำเนินงานด้านธรรมาภิบาลของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินธนชาต ให้เหมาะสมกับโครงสร้างองค์กร ลักษณะการประกอบธุรกิจและความเสี่ยง  
  4. ควบคุม และดูแลให้กลุ่มธุรกิจทางการเงินธนชาต มีกรอบการกำกับดูแลความเสี่ยงที่ดี (Risk Governance Framework) มีกระบวนการตรวจสอบ ระบบการควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลการบริหารงานที่เพียงพอ และเหมาะสมกับสถานการณ์ธุรกิจ และดูแลให้มีการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงความเสี่ยง (Risk Culture) 
  5. กำกับดูแลและติดตามผลการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นไปตามนโยบายเป้าหมาย และแผนธุรกิจ
  6. ติดตามดูแลความเพียงพอของสภาพคล่องทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้
  7. กำหนดและทบทวนโครงสร้างคณะกรรมการบริษัทฯ ทั้งในเรื่องขนาด องค์ประกอบ สัดส่วนกรรมการอิสระที่เหมาะสม และดูแลให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติหลากหลายทั้งในด้านทักษะประสบการณ์ ความสามารถและคุณลักษณะเฉพาะด้าน ตลอดจนเพศและอายุ ที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักขององค์กร โดยจัดทำตารางองค์ประกอบความรู้ความชำนาญของกรรมการ (Board Skills Matrix)
  8. แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยต่าง ๆ ตามที่เห็นสมควรเพื่อช่วยศึกษา กลั่นกรอง และควบคุมดูแลงานด้านต่าง ๆ 
  9. กำหนดหลักเกณฑ์ในการสรรหาและพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมเพื่อดำตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริษัทฯ 
  10. กำกับดูแลให้การสรรหาและคัดเลือกกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการ มีกระบวนการที่โปร่งใสและชัดเจนเพื่อให้มีคุณสมบัติสอดคล้องกับองค์ประกอบที่กำหนดไว้ และดูแลให้มั่นใจว่าองค์ประกอบและการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัทฯ เอื้อต่อการใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจอย่างมีอิสระ  
  11. พิจารณาโครงสร้างและอัตราค่าตอบแทนที่มีความเหมาะสมกับความรับผิดชอบและจูงใจให้คณะกรรมการบริษัทฯ นำพาองค์กรให้ดำเนินงานตามเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาวโดยคำนึงถึงความเสี่ยงในปัจจุบันและที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 
  12. กำกับดูแลบริษัทย่อยเพื่อรักษาผลประโยชน์ในเงินลงทุนของบริษัทฯ 
  13. ติดตามดูแลการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่สอดคล้องกับทิศทางและกลยุทธ์ขององค์กร ให้พนักงานทุกระดับมีความรู้ ความสามารถ ทักษะ ประสบการณ์และแรงจูงใจที่เหมาะสมสมและได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม เพื่อรักษาบุคลากรที่มีความสามารถขององค์กรไว้  
  14. กำกับดูแลให้กรรมการบริษัทฯ แต่ละคนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ลักษณะการประกอบธุรกิจ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ตลอดจนสนับสนุนให้ กรรมการบริษัทฯ ทุกคนได้รับการเสริมสร้างทักษะและความรู้สำหรับการปฏิบัติหน้าที่กรรมการบริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ โดยให้กรรมการเข้ารับการอบรมหรือร่วมสัมมนาที่เป็นการเพิ่มพูนความรู้ในการปฏิบัติหน้าที่และเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี 
  15. ดูแลให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัทฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็น และมีเลขานุการบริษัทที่มีความรู้และประสบการณ์ที่จำเป็นและเหมาะสมต่อการสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัทฯ 
  16. ส่งเสริมนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ จัดทำรายงานความยั่งยืนตามความเหมาะสม 
  17. อุทิศเวลาและความสามารถในการปฏิบัติตามหน้าที่ มีความรับผิดชอบอย่างเต็ม ที่เป็นอสิระ เป็นธรรมต่อองค์กร ต่อผู้ถือหุ้นต่อผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของบริษัทฯ 
  18. สนับสนุนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้ถือหุ้นตลอดจนดูแลให้มีการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรมรับผิดชอบรายงานทางการเงิน และการเปิดเผยข้อมูล อย่างถูกต้องโปร่งใส ทันเวลา

การแยกตำแหน่ง

ประธานกรรมการไม่เป็นบุคคลเดียวกันกับกรรมการผู้จัดการใหญ่เพื่อเป็นการแบ่งแยกหน้าที่อย่างชัดเจนในการกำหนดนโยบายการกำกับดูแลและการบริหารงานประจำ

การเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทในกลุ่ม

คณะกรรมการบริษัทฯ  จะพิจารณาความเหมาะสมและแต่งตั้งบุคคลที่จะส่งไปเป็นกรรมการ หรือกรรมการผู้จัดการในธนาคารธนชาตส่วนบริษัทย่อยอื่นที่บริษัทฯ ถือหุ้นโดยตรง มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารพิจารณาแต่งตั้งบุคคลไปเป็นกรรมการ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมในบริษัทนั้น เว้นแต่เป็นบริษัทขนาดเล็กที่เป็น Operating Arms ของบริษัทฯ  ให้กรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นผู้แต่งตั้ง

การเป็นกรรมการในบริษัทอื่นของกรรมการและผู้บริหาร

เนื่องจากก่อนวันที่ 3 ธันวาคม 2562 บริษัทฯ มีฐานะเป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินจึงอยู่ในบังคับของประกาศ ธปท. ที่ สนส. 10/2561 เรื่อง ธรรมาภิบาลของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 โดยกรรมการ ผู้จัดการ และผู้มีอำนาจในการจัดการ ที่ปรึกษาของบริษัทฯ สามารถเป็นประธานกรรมการ กรรมการที่เป็นผู้บริหาร หรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างในบริษัทอื่นรวมกันได้ไม่เกิน 3 กลุ่มธุรกิจ นอกจากนี้ยังได้กำหนดไว้ในนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ ดังนี้

  • ห้ามกรรมการบริษัทฯ ไปดำตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศเกิน 5 บริษัท
  • ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ จะไปดำตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทอื่น ยกเว้น บริษัทที่เป็นธุรกิจครอบครัวใกล้ชิด (Immediate Family) ที่ไม่ใช้เวลาในการปฏิบัติหน้าที่มากนักจะต้อง ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารก่อนดำตำแหน่งสำหรับกรรมการผู้จัดการใหญ่จะไปดำตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทอื่น ยกเว้น บริษัทที่เป็นธุรกิจครอบครัวใกล้ชิด (Immediate Family) ที่ไม่ใช้เวลาในการปฏิบัติหน้าที่มากนักจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทฯ ก่อนดำตำแหน่ง

    ซึ่งการดำตำแหน่งในบริษัทอื่น ๆ ทุกบริษัทต้องไม่ขัดกับข้อกำหนด หรือกฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับอื่นที่เกี่ยวข้อง และต้อง แจ้งให้บริษัทฯ ทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งหรือ วันที่ดำตำแหน่ง

คณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการบริษัทฯ จัดให้มีคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อช่วยศึกษากลั่นกรองงานตามความจำเป็น โดยกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการชุดย่อยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

คณะกรรมการบริหาร

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการบริหารโดยปัจจุบันมีกรรมการบริหาร จำนวน 3 คน มีรายนามดังต่อไปนี้

  1. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร
  2. นางสาวสุวรรณภา สุวรรณประทีป รองประธานกรรมการบริหาร
  3. นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ กรรมการบริหาร นายภาณุพันธุ์ ตวงทอง เลขานุการคณะกรรมการบริหาร
หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร
  1. บริหารจัดการให้เป็นไปตามนโยบาย เป้าหมาย งบประมาณและแผนงานที่คณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติ ภายใต้กฎหมายกฎเกณฑ์ และประกาศของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
  2. บริหารจัดการความเสี่ยง
  3. บริหารสภาพคล่องและอัตราดอกเบี้ย
  4. พิจารณาอนุมัติการลงทุนในตราสารทางการเงินต่าง ๆ ของบริษัทฯ ภายใต้ระดับเพดานความเสี่ยงที่กำหนดไว้
  5. บริหารจัดการเกี่ยวกับธุรกรรมของบริษัทฯ เช่น การฝากเงิน การขอสินเชื่อ การลงทุน ทรัพย์สินรอการขาย เป็นต้น
  6. บริหารจัดการการดำเนินงานภายในองค์กร เช่น การจัดโครงสร้างองค์กร การบริหารงานบุคคล การจัดการงานธุรการ เป็นต้น
  7. มอบหมายหน้าที่หรือมอบอำนาจช่วงเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่อยู่ภายใต้อำนาจของคณะกรรมการบริหาร
  8. กลั่นกรองงานก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ
  9. ดำเนินการต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมาย
คณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วย กรรมการจำนวน 3 คน ทุกคนเป็นกรรมการอิสระมีความรู้ ความเข้าใจ และมีประสบการณ์ด้านบัญชี และ/หรือการเงินเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญของคณะกรรมการบริษัทฯ ในการกำกับดูแลการบริหารงานให้มีมาตรฐานที่ถูกต้องและมีความโปร่งใส ตลอดจนให้เป็นไปตามระเบียบของทางการ และระเบียบบริษัทฯ เพื่อให้มีการควบคุมภายในที่ดี มีระบบการรายงานที่น่าเชื่อถือ และเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ถือหุ้นโดยปัจจุบันมีรายนามดังต่อไปนี้

  1. นางศิริเพ็ญ สีตสุวรรณ ประธานกรรมการตรวจสอบ
  2. นายธีรพจน์ วัชราภัย กรรมการตรวจสอบ
  3. นางสาลินี วังตาล กรรมการตรวจสอบ (แทนนายปริญญา หอมเอนก ที่ลาออก มีผลเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562) นางสาวศิรินทร พญาพรหม เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ
หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ
  • รายงานทางการเงิน
    • สอบทานรายงานทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูลในรายงานทางการเงินของบริษัทฯ รวมถึงประเมินความเหมาะสมของนโยบายบัญชีที่สำคัญ
    • สอบทานความสมเหตุสมผลของรายการในรายงานทางการเงินที่มีสาระสำคัญ รวมถึงรายการที่มีความซับซ้อนหรือผิดปกติ และรายการที่ต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสิน
  • การควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยง
    • สอบทานให้บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความปลอดภัย ระบบการบริหารความเสี่ยง และมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่นที่เพียงพอ รวมถึงแนวทางการสื่อสารความสำคัญในเรื่องดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึงทั้งบริษัทฯ
    • สอบทานเพื่อให้มั่นใจว่าข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการควบคุมภายในที่ผู้ตรวจสอบภายในและผู้สอบบัญชีเสนอนั้นฝ่ายบริหารได้นำไปปรับปรุงแก้ไขอย่างเหมาะสมภายในระยะเวลาที่กำหนด
    • สอบทานความเพียงพอและความมีประสิทธิผลของระบบการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ
  • การตรวจสอบภายใน
    • สอบทานและอนุมัติกฎบัตรการตรวจสอบภายในแผนงานประจำปี ตลอดจนบุคลากรและทรัพยากรที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน
    • สอบทานรายงานผลการตรวจสอบและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจสอบภายใน รวมทั้งติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะดังกล่าว
    • สอบทานให้สำนักตรวจสอบปฏิบัติตามมาตรฐานการตรวจสอบภายใน
    • พิจารณาความเป็นอิสระของสำนักตรวจสอบ
  • การกำกับดูแลการปฏิบัติงานของการตรวจสอบบริษัทย่อยและบริษัทลูกของบริษัทย่อย
    • กำกับดูแลการปฏิบัติงานของบริษัทย่อยและบริษัทลูกของบริษัทย่อยให้เป็นไปตามนโยบายของกลุ่มธนชาต โดยคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทย่อยและบริษัทลูกของบริษัทย่อยมอบหมายให้สายงานตรวจสอบ ธนาคารธนชาตสรุปผลภาพรวมการปฏิบัติงานของสายงานตรวจสอบที่ตรวจสอบบริษัทย่อยและบริษัทลูกของบริษัทย่อยให้คณะกรรมการตรวจสอบในฐานะบริษัทแม่รับทราบกรณีที่มีประเด็นที่มีนัยสำคัญ ได้แก่ เรื่องที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย การทุจริต การคอร์รัปชั่น เรื่องที่มีผลกระทบต่องบการเงินสถานะหรือภาพลักษณ์ของบริษัทฯ  อย่างร้ายแรง ให้รายงานให้ทราบอย่างละเอียด
  • การกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์
    • สอบทานการกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติ ในการติดตามการปฏิบัติงานของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ทางการ จรรยาบรรณ แนวนโยบายหลักและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
    • พิจารณาข้อกฎหมาย ระเบียบต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลง และมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ 
    • สอบทานข้อตรวจพบของหน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติ ตามกฎข้อบังคับและกฎเกณฑ์ของทางการ รวมทั้งติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะดังกล่าว
  • ผู้สอบบัญชี
    • พิจารณาคุณสมบัติ ความเป็นอิสระ ผลการปฏิบัติงานและค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการคัดเลือก เสนอแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีต่อคณะกรรมการบริษัทฯ
    • จัดให้มีการประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชี โดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • รายการเกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีผลประโยชน์ ขัดแย้ง
    • พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของทางการ ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวมีความสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทฯ 
    • พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมภายในกลุ่มและผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีความถูกต้องและครบถ้วนตามข้อกำหนดของทางการ 
    • พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย และข้อกำหนดของทางการ
  • รายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ

    ให้คณะกรรมการตรวจสอบจัดทำรายงานการกำกับดูแลกิจการ โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ ซึ่งรายงานดังกล่าวลงนามโดยประธานกรรมการตรวจสอบ และรายงานควรประกอบด้วยเนื้อหา ดังต่อไปนี้

    • ให้ความเห็นในการพัฒนาปรับปรุงเกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติต่าง ๆ ในการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ ตลอดจนการพิจารณาทบทวนแนวปฏิบัติต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมอาทิ
      1. นโยบายและแนวปฏิบัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
      2. ระเบียบปฏิบัติ เรื่องการใช้ข้อมูลภายใน และการซื้อขายหลักทรัพย์
      3. คู่มือจรรยาบรรณ สำหรับบุคลากรในองค์กร
      4. คู่มือปฏิบัติงาน เรื่องการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน
    • ติดตามการปฏิบัติตนตามหลักจริยธรรม และจรรยาบรรณของพนักงาน
    • ดูแลการปฏิบัติงานของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ของหน่วยงานกำกับหรือหน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้อง และรายงานความคืบหน้าผลการปฏิบัติงานต่อคณะกรรมการบริษัทฯ อาทิ
      1. ความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำและการเปิดเผยข้อมูลในรายงานทางการเงินของบริษัทฯ ความถูกต้องครบถ้วนเป็นที่เชื่อถือได้ 
      2. ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของบริษัทฯ
      3. ความเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือจากผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ตลอดจนอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่ 
      4. รายงานอื่นใดที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทฯ
  • ความรับผิดชอบอื่น
    • รายงานต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควรในกรณีที่ตรวจพบหรือมีข้อสงสัยว่ามีรายการหรือการกระทำซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน ของบริษัทฯ ดังนี้
      1. รายการที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
      2. การทุจริต คอร์รัปชั่น มีสิ่งผิดปกติหรือมีความบกพร่องที่สำคัญในระบบการควบคุมภายใน
      3. การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินข้อกำหนดของทางการ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหากคณะกรรมการบริษัทฯ หรือผู้บริหารไม่ดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาอันควร คณะกรรมการตรวจสอบจะต้องเปิดเผยการกระทำดังกล่าวไว้ในรายงานประจำปี และรายงานต่อ ธปท.
    • พิจารณาทบทวนความเหมาะสมของกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และหากมีการเปลี่ยนแปลงให้นำเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ เห็นชอบ 
    • ประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองทั้งคณะ และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อทราบทุกปี
    • ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมาย ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการตรวจสอบคณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาลคณะกรรมการบริษัทฯ  ได้อนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการสรรหาและคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ตั้งแต่ปี 2545 โดยได้รวมทั้ง 2 คณะเป็น “คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน”เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2557 และในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 8/2560 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2560 ได้มีมติเพิ่มบทบาทหน้าที่ด้านบรรษัทภิบาล และเปลี่ยนแปลงขอบเขตหน้าที่ในคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน โดยให้เปลี่ยนชื่อคณะกรรมการเป็น “คณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล” เพื่อให้เกิดความคล่องตัว สอดคล้อง และเหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยปัจจุบันมีกรรมการ 3 คน ประกอบด้วยกรรมการอิสระ 2 คน และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 1 คน ดังนี้
      1. นายธีรพจน์ วัชราภัย ประธานกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล
      2. นางศิริเพ็ญ สีตสุวรรณ กรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาล
      3. นายวิชิต ญาณอมร กรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล
        นายภาณุพันธุ์ ตวงทอง เลขานุการคณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาล
บทบาท อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล
  • ขอบเขตกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการ ที่อยู่ในการดูแลของคณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล หมายถึง
    1. กรรมการ
    2. ผู้มีอำนาจในการจัดการ ตามเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนดซึ่งหมายความถึง
      1. กรรมการผู้จัดการ รองกรรมการผู้จัดการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หรือตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น 
      2. บุคคลที่ตามพฤติการณ์มีอำนาจควบคุมหรือครอบงำกรรมการผู้จัดการ หรือกรรมการ หรือการจัดการของบริษัทฯ ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของตนในการกำหนดนโยบายหรือการดำเนินงานของบริษัทฯ 
      3. บุคคลซึ่งบริษัทฯ ทำสัญญาให้มีอำนาจในการบริหารงานทั้งหมดหรือบางส่วน
    3. บุคคลที่ดำตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยที่ได้รับมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงจากคณะกรรมการบริษัทฯ
    4. ที่ปรึกษาของบริษัทฯ ซึ่งต้องขอความเห็นชอบจาก ธปท.
    5. กรรมการในบริษัทลูก ตามที่นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีกำหนด
  • การสรรหากรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการ
    1. พิจารณานโยบายและหลักเกณฑ์ในการสรรหากรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่มธนชาต เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณา
    2. พิจารณาคุณสมบัติกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการ ตลอดจนกำหนดคุณสมบัติกรรมการอิสระ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณา
    3. พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม รวมถึงตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ทางการและบริษัทฯ ประกาศกำหนด และเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมให้คณะกรรมการบริษัทฯ หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้วแต่กรณี พิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการ
    4. ดูแลให้บริษัทฯ มีโครงสร้างคณะกรรมการองค์ประกอบ คุณสมบัติ และจำนวนตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดรวมถึงเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
    5. จัดเตรียมแผนการสืบทอดตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและผู้มีอำนาจในการจัดการ
    6. ทบทวนนโยบายและหลักเกณฑ์ในการสรรหา และคุณสมบัติของกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการเป็นประจำทุกปี
    7. วางแผนการอบรมและพัฒนากรรมการอย่างต่อเนื่อง
  • การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการและผู้มีอำนาจในการ จัดการ
    1. พิจารณานโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนรวมถึงผลประโยชน์อื่นของกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่มธนชาต ที่สะท้อนวัตถุประสงค์ หน้าที่และความรับผิดชอบ และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณา 
    2. พิจารณารูปแบบและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสม มีความเป็นธรรมต่อบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการ 
    3. พิจารณากำหนดค่าตอบแทนประจำปีของกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการ เสนอคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณา 
    4. กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการ โดยคำนึงถึงหน้าที่ความรับผิดชอบและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าของส่วนของผู้ถือหุ้นในระยะยาวประกอบการพิจารณาประเมินผลด้วย 
    5. ทบทวนรูปแบบและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทน ผลประโยชน์อื่นของกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการเป็นประจำทุกปี
  • การดำเนินการด้านบรรษัทภิบาล
    1. ทบทวนและเสนอการเปลี่ยนแปลงนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณ กฎระเบียบ และแนวปฏิบัติของกลุ่มธนชาต 
    2. ติดตามการดำเนินการตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณ และแนวปฏิบัติในการกำกับดูแลกิจการของกลุ่มธนชาต
    3. เสนอข้อพึงปฏิบัติที่ดี หรือข้อบังคับสำหรับคณะกรรมการบริษัทฯ และคณะกรรมการชุดย่อย
    4. พิจารณาผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ที่จัดทำขึ้นโดยหน่วยงานภายนอก และนำเสนอข้อเสนอแนะแก่คณะกรรมการบริษัทฯ 
    5. ส่งเสริมการเผยแพร่วัฒนธรรมในการกำกับดูแลกิจการที่ดี และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาความยั่งยืนของบริษัทฯ 
    6. ติดตามความเพียงพอของหลักการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาความยั่งยืน
  • กรณีอื่น ๆ
    1. เสนองบประมาณต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อว่าจ้างที่ปรึกษาตามความจำเป็นเพื่อให้สามารถขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก ในเรื่องที่จะช่วยให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    2. อาจเชิญกรรมการ หรือผู้บริหารของบริษัทฯ เข้าร่วมประชุมในเรื่องที่เกี่ยวข้อง
    3. มีการหารือกับคณะกรรมการกำกับความเสี่ยงอย่างใกล้ชิดเพื่อให้นโยบายเกี่ยวกับการกำหนดค่าตอบแทนสามารถสะท้อนความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัทฯ ได้
    4. ควรมีการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล เพื่อเป็นการทบทวนการปฏิบัติหน้าที่ในการพัฒนาให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง
    5. เปิดเผยหลักการสำคัญที่เกี่ยวกับกระบวนการสรรหาผลตอบแทนรูปแบบต่าง ๆ และหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทน โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาการประเมินผลการดำเนินงานในภาพรวม เป้าหมายและการดำเนินงาน ความเห็นของคณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาลรวมถึงวิธีและเครื่องมือในการจ่ายค่าตอบแทนเพื่อให้สะท้อนความเสี่ยง (หากมี) ตลอดจนการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมทั้งจัดทำรายงานสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาลไว้ในรายงานประจำปี
    6. รายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อคณะกรรมการบริษัทฯ
    7. ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่กฎหมาย และ/หรือ ประกาศที่ทางการกำหนด รวมถึงที่คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมาย
คณะกรรมการกำกับความเสี่ยง

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2556 และได้เปลี่ยนชื่อเป็น“คณะกรรมการกำกับความเสี่ยง” เมื่อปี 2562 โดยปัจจุบันมีกรรมการกำกับความเสี่ยง จำนวน 5 คน ประกอบด้วย กรรมการที่เป็นผู้บริหาร กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และผู้บริหารที่ดูแลทางด้านการบริหารความเสี่ยง มีรายนามดังต่อไปนี้

  1. ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ประธานกรรมการกำกับความเสี่ยง (แทนนายธีรนันท์ ศรีหงส์ ที่ลาออก มีผลเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562)
  2. นายวิชิต ญาณอมร กรรมการกำกับความเสี่ยง 
  3. นางสาลินี วังตาล กรรมการกำกับความเสี่ยง (แทนนายปริญญา หอมเอนก ที่ลาออก มีผลเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562)
  4. นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ กรรมการกำกับความเสี่ยง 
  5. นายกำธร ตันติศิริวัฒน์ กรรมการกำกับความเสี่ยง และเลขานุการคณะกรรมการกำกับความเสี่ยง
หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการกำกับความเสี่ยง
  • เสนอนโยบายการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ ทั้งหมด รวมถึงนโยบายการบริหารความเสี่ยงของกลุ่มธนชาตต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยต้องสร้างมาตรฐานในการติดตาม ตรวจสอบให้แน่ใจว่านโยบายการบริหารความเสี่ยงนั้นได้มีการปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด  
  • วางกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ โดยสามารถประเมินติดตาม และดูแลปริมาณความเสี่ยงของบริษัทฯ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม รวมถึงดูแลให้กลยุทธ์ในการบริหารเงินกองทุนและสภาพคล่องเพื่อรองรับความเสี่ยงต่าง ๆ ของบริษัทฯ มีความสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ที่ได้รับอนุมัติ  
  • ทบทวน สอบทานความเพียงพอของนโยบายและประสิทธิผลของกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงโดยรวม รวมถึงระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้อย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ โดยคณะกรรมการกำกับความเสี่ยงควรหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อประเมินว่านโยบายและกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ ครอบคลุมความเสี่ยงทุกประเภท รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ และมีการดำเนินการตามนโยบายและกลยุทธ์ดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 
  • กำหนดมาตรการดำเนินการในการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ ในด้านของการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 
  • ประเมินปัจจัยทั้งภายในและภายนอก อันอาจส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินอย่างเป็นสาระสำคัญ เพื่อนำมาใช้ในการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบริหารความเสี่ยงโดยรวมของบริษัทฯ 
  • ควบคุม ติดตาม ตรวจสอบ และดูแลให้บริษัทในกลุ่มธนชาตดำเนินการตามนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่ได้กำหนดไว้
  • ดูแลให้ผู้บริหารระดับสูงปฏิบัติตามนโยบายและกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง รวมถึงระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้  
  • รายงานต่อคณะกรรมการบริษัทฯ ถึงฐานะความเสี่ยงประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง ตลอดจนปัจจัยและปัญหาที่มีนัยสำคัญ และสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ